กองทุนลดหย่อนภาษี 2567: เลือกแบบไหนดีระหว่าง SSF, RMF และ Thai ESG?

เลือกกองทุนลดหย่อนภาษี 2567 ให้เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนและความเสี่ยง SSF, RMF และ Thai ESG ต่างกันอย่างไร? อ่านคำแนะนำครบถ้วนที่นี่ พร้อมเงื่อนไขและข้อควรรู้สำหรับการประหยัดภาษีสูงสุด!
Dec 6 / eWisdom

แบบไหนดีระหว่าง SSF, RMF และ Thai ESG?

บทความนี้เป็นบทความขยายจาก บทความก่อนหน้านี้ เรื่อง ลดหย่อนภาษีปี 2567: คู่มือครบทุกเรื่องสำหรับยื่นภาษีปี 2568 โดยเป็นการเจาะกลุ่ม กองทุน 3 กลุ่มลงมา ทั้ง SSF RMF และ กองทุน Thai ESG ลองอ่านเพื่มเติมกันได้นะครับ 

กองทุนลดหย่อนภาษี มีกี่แบบ

1. กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)

กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) คือ กองทุนรวมที่มีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมการออมระยะยาว พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยมีเงื่อนไขดังนี้

• กองทุนสามารถลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย ทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้และสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์

• ผู้ลงทุนสามารถลงทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปีที่ต้องเสียภาษี สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับค่าลดหย่อนในกลุ่มการออมเพื่อเกษียณอื่นๆ (กองทุน RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์โรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ประกันชีวิตแบบบำนาญ) แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

• ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนไว้อย่างน้อย 10 ปี นับจากวันที่ซื้อ (แบบวันชนวัน)

ไม่มีขั้นต่ำในการซื้อและไม่จำเป็นต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี

• ปี 2567 เป็นปีสุดท้ายที่สามารถซื้อกองทุน SSF แล้วนำมาลดหย่อนภาษีได้

2. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) 

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) คือ กองทุนรวมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถออมเงินเอาไว้ใช้จ่ายเมื่อเกษียณอายุ พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษี โดยมีเงื่อนไขดังนี้

• กองทุนสามารถลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย ทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้และสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์

• ผู้ลงทุนสามารถลงทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปีที่ต้องเสียภาษี สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท และเมื่อรวมกับค่าลดหย่อนในกลุ่มการออมเพื่อเกษียณอื่นๆ (กองทุน SSF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์โรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ประกันชีวิตแบบบำนาญ) แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

ไม่มีขั้นต่ำในการซื้อ แต่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี (สามารถเว้นการลงทุนได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน)

• ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากวันที่ซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก และถือจนถึงอายุ 55 ปี จึงจะขายคืนได้

3. กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)

กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) คือ กองทุนรวมที่ส่งเสริมให้มีการลงทุนในตราสารหนี้ หุ้น และสินทรัพย์อื่นๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ในกิจการที่เน้นความยั่งยืนตามหลัก ESG (Environmental, Social and Governance) โดยมีเงื่อนไขดังนี้

• ผู้ลงทุนสามารถลงทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปีที่ต้องเสียภาษี สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท (ไม่รวมกับค่าลดหย่อนในกลุ่มการออมเพื่อเกษียณอื่นๆ)

• ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากวันที่ซื้อหน่วยลงทุน (แบบวันชนวัน)

• ไม่มีขั้นต่ำในการซื้อและไม่จำเป็นต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี

ทำไมต้องซื้อ กองทุนลดหย่อนภาษี

การลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีทำให้ได้ประโยชน์ 2 ต่อ เพราะนอกจากประโยชน์จากการประหยัดภาษีที่ได้แน่นอนซึ่งขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคนแล้ว ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากกองทุนที่เลือกลงทุนอีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้เงินก้อนนี้งอกเงยมากขึ้น

กองทุนลดหย่อนภาษีมีหลากหลายสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนตามความเสี่ยงที่รับได้ เช่น

• คนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ จะเหมาะกับกองทุนตราสารหนี้ ที่ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีทั้งภาครัฐและเอกชน

• คนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง จะเหมาะกับกองทุนผสม ที่ลงทุนในหลายสินทรัพย์เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและยังมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น

• คนที่รับความเสี่ยงได้สูง จะเหมาะกับกองทุนหุ้น ที่ลงทุนในหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศ แม้ความเสี่ยงจะสูง แต่ก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงด้วยเช่นกัน

เลือกซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี 2567 แบบไหนดี

การเลือกซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีอยากให้พิจารณาถึงเป้าหมายการลงทุนและความเสี่ยงที่รับได้ เช่น

เป้าหมายการลงทุน

- อยากได้เงินคืนเร็ว เหมาะกับกองทุน Thai ESG เพราะถือหน่วยลงทุน 5 ปี ก็สามารถขายคืนได้แล้ว

- อยากเก็บเงินระยะยาวไว้ใช้ในอนาคตหรือในวัยเกษียณ

อายุ < 45 ปี เหมาะกับกองทุน SSF เพราะระยะเวลาถือหน่วยลงทุนสั้นกว่า

อายุ > 45 ปี เหมาะกับกองทุน RMF เพราะระยะเวลาถือหน่วยลงทุนสั้นกว่า

Created with